วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ไข้หวัดนกไม่ได้แพร่ตามเส้นทางอพยพของนก แต่แพร่ตามเส้นทางการค้า

การศึกษาเชิงวิพากษ์และกว้างขวางครอบคลุมต่อเอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการแพร่ของเชื้อไข้หวัดนกที่ตีพิมพ์เร็วๆนี้ในวารสารของสหภาพนักปักษีวิทยาบริติช (British Ornithologists Union ) เป็นข้อเขียนชื่อ Recent expansion of highly pathogenic avian influenza H5N1: a critical review [Ibis 149(2), 202-214] ได้ข้อสรุปว่า กลไกหลักในการแพร่กระจายในขอบเขตทั่วโลกของเชื้อไวรัสนี้มาจากการค้าสัตว์ปีก หาใช่การอพยพของนกไม่
การศึกษาพบว่า นกอพยพมักจะถูกโทษครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเป็นตัวการทำให้เกิดการระบาดของโรคนี้ ทั้งที่ต่อมาพบว่าในความเป็นจริงแล้ว การระบาดมีต้นกำเนิดมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกที่ยังมีชีวิตและผลิตผลจากสัตว์ปีก เช่น เนื้อของสัตว์ปีก
ผู้ทำการศึกษาอันได้แก่ Michel Gauther-Clerc, Camille Lebarbenchon และ Frederic Thomas นักนิเวศวิทยาชาวฝรั่งเศสที่ศูนย์วิจัยสำหรับการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียน (Station Biologique de la Tour du Valat) และห้องทดลองพันธุกรรมและวิวัฒนาการของโรคติดต่อ (Genetique et Evolution des Maladies infectieuses – GEMI) เตือนว่า การเน้นอย่างผิดทิศผิดทางไปที่การสัมผัสระหว่างนกป่ากับสัตว์ปีกนอกอาคารอาจนำไปสู่การแปรผันไปเลี้ยงสัตว์ปีกอย่างเข้มข้นในอาคาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการระบาด
องค์การอนุรักษ์นกสากลเบิร์ดไลฟ์ได้แสดงความกังวลต่อการกล่าวโทษอย่างอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการระบาดของไข้หวัดนกว่านกป่าน่าจะเป็นพาหะ และกล่าวว่า “ทางการต้องทำงานให้หนักกว่านี้เพื่อให้ได้ภาพที่สมดุล”
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของทั้งองค์การโลกเพื่อสุขภาพสัตว์ (OIE) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) เน้นไปที่บทบาทของนกอพยพในการแพร่โรคนี้ การเน้นอย่างผิดทิศผิดทางเช่นนี้เกิดขึ้นอีกล่าสุดเมื่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรอังกฤษมีท่าทีตอบสนองเบื้องต้นต่อการระบาดที่ฟาร์มโรงงานเบอร์นาร์ดแม็ททิวส์ในจังหวัดซัฟโฟล์คของอังกฤษ
รายงานที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรอังกฤษออกตามมายืนยันว่าสาเหตุการติดเชื้อครั้งนี้น่าจะมาจากผลิตภัณฑ์เนื้อที่นำเข้ามาจากประเทศฮังการี ...
จากที่กล่าวไปแล้วในตอนแรกว่าข้อเขียนชื่อ Recent expansion of highly pathogenic avian influenza H5N1: a critical review ในวารสารของสหภาพนักปักษีวิทยาบริติช Ibis ฉบับที่ 149(2) ได้สรุปผลการศึกษาการแพร่กระจายในขอบเขตทั่วโลกของเชื้อไวรัส H5N1 หรือเอดส์ พบว่า กลไกหลักในการแพร่ระบาดนี้คือการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่มีปีกและยังมีชีวิตหรือผลิตผลของสัตว์เหล่านี้(เช่น ไข่) หาใช่การอพยพของนกป่าไม่
บทความนี้อธิบายให้เห็นว่า มีการค้นพบไวรัส H5N1 เป็นครั้งแรกที่มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของประเทศจีนในปี พ.ศ.2539 และมีการติดเชื้อครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับไก่ในแปดประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเดือนธันวาคม 2546 ถึงมกราคม 2547 ซึ่งนกป่าที่ติดเชื้อเป็นเหยื่อของเชื้อไวรัสที่เคลื่อนย้ายระหว่างนกในประเทศนั้นๆ (คือมิใช่นกอพยพ) อย่างเช่น นกกระจอก นกกางเขน นกยาง และนกล่าเหยื่อที่หากินกับซากสัตว์รอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก
Michel Gauther-Clerc, Camille Lebarbenchon และ Frederic Thomas นักนิเวศวิทยาชาวฝรั่งเศส ผู้ทำการศึกษาชี้ให้เห็นว่า “นกอพยพไม่สนใจขอบเขตประเทศ แต่ไวรัสกลับจำกัดตัวอยู่แต่ในจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลาหลายปี” ถ้านกป่าอพยพเป็นพาหะหลักในการแพร่กระจายไวรัส H5N1 การอพยพในฤดูใบไม้ผลิของปี 2547 และ 2548 น่าจะพาเชื้อไวรัสแพร่กระจายไปแล้ว แต่ความจริงคือว่าไวรัสนี้เริ่มเคลื่อนย้ายไปทางตะวันตกข้ามเอเชียจาก Novosibirsk ในเดือนกรกฎาคม 2548 ซึ่งเป็นเดือนที่นกอพยพปักหลักหากินอยู่กับที่ไม่เคลื่อนย้ายไปไหน และการแพร่เชื้อเกิดขึ้นไปตามเส้นทางการค้าสายหลัก เช่น ทางรถไฟสายทรานส-ไซบีเรีย
รายงานการตรวจพบเชื้อ H5N1 ในทวีปเอเชียล่าสุดสนับสนุนข้อสรุปนี้เป็นอย่างดี นั่นคือมีการพบสัตว์ปีกที่ติดเชื้อในช่วงปี 2549 และต้นปี 2550 ในประเทศเวียดนาม ไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยไม่มีการระบาดเกิดขึ้นในหมู่นกป่า การติดเชื้อในฮ่องกงและปากีสถานก็พบว่ามาจากสัตว์ปีกเลี้ยงเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น: